แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2552

Quote of the Life

ไม่เป็นไรหรอก เราครอบครัวเดียวกัน

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เมื่อวานโดดงาน วันนี้อยู่บ้าน

เมื่อวานจิตตกแบบสุดๆ ทั้งๆที่รับปากเพื่อนไว้ว่าวันศุกร์จะค้างที่ชมรมคอยดูโปรแกรมแล้ววันเสาร์จะอยู่ดูงานให้จนถึงเย็นๆ แต่เอาเข้าจริงพอมาถึงวันเสาร์ตื่นมาก็อยากกลับบ้านตั้งแต่เช้า ไม่รู้สิ แต่ได้ยินเสียงแม่โทรมาปลุกให้กินยาตั้งแต่เช้าแล้วอยากกลับบ้านขึ้นมาเลย ช่วงนี้งานของเราก็เหมือนไม่มีอะไร (หละมั้ง) ก็แค่คอยคุมโปรแกรมไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเขียนโปรแกรมแล้วเลยดูเหมือนไม่มีอะไรให้จดจ่ออีก แถมช่วงเช้าเพื่อนๆก็ยังไม่มีใครมา ก็ไม่รู้จะทำอะไร จะอ่านบล็อกก็ไม่อยากอ่าน ก็เลยทำงานจิปาถะไปเรื่อย ไม่ก็อ่านนิยานกำลังภายในไป แต่ก็ไม่มีสมาธิอ่านอยู่ดี จะอ่านหนังสือเรียนเหรอ เหอๆ ไอ้นั่นยิ่งไม่มีสมาธิใหญ่เลย

สุดท้ายก็ตัดสินใจจะกลับบ้านตั้งแต่บ่าย 2 ครึ่ง แต่พอตอนบอกเพื่อนๆว่าจะกลับก็โดนท้วงมา เฮ่อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวอยู่ต่อจนถึง 5 โมงเย็นก็ได้ ตอนนั้นถ้าบอกว่าจะกลับก็คงไม่น่าเกลียดแล้ว(มั้ง) ก็ทำงานจิปาถะต่อไปประมาณบ่าย 3 ครึ่งได้มั้ง ชักง่วงแฮะ ก็เลยไปนอน ตื่นมา 4 โมงเย็น โอย เป็นไรไม่รู้ อยากกลับบ้านมากๆ เออ ช่างมันแล้ว กลับเลยละกันวะ ก็เลยกลับบ้านตั้งแต่ 4 โมงเย็น

กลับมาถึงบ้านพ่อกับแม่ก็แปลกใจว่าทำไมวันนี้กลับบ้านเร็ว ทั้งสองคนก็คอยซักเรื่องที่ไม่สบายว่าเป็นไงบ้าง ตอนแรกก็อยากเจอหน้าพ่อกับแม่นะ แต่มันเหนื่อยๆเพลียๆจากการเดินทางกลับมาโดนถามไม่หยุดก็หงุดหงิดไงไม่รู้ เอาเหอะ เค้าก็ถามด้วยความหวังดีนี่เนอะ

คุยไปคุยมาก็พบว่าน้องสาวคนรองไม่สบาย ก็ปวดท้องโรคกระเพาะนั่นแหละ แต่หลังจากเข้าไปคุยก็รู้สึกว่าจะไม่ได้เป็นอะไรมาำกแฮะ ยังดูรื่นเริงอยู่เลย :) คุยกับน้องเสร็จก็มาคุยกับพ่อกับแม่ต่อ พ่อกับแม่ก็ถามเรื่องที่ไม่สบายต่อ เออ ไม่รู้คุยอีท่าไหนพ่อกับแม่ทะเลาะกันเรื่องยาที่เรากินซะอีกแหนะ แล้วก็พาลกลายเป็นหลายเรื่องๆ เฮ่อ กว่าจะหยุดทะเลาะกันได้ -*-

เออ แต่ว่าเมื่อวันเสาร์ได้กอดพ่อด้วยแฮะ ไม่ได้กอดพ่อมาตั้งนานแล้ว คงเป็นปีได้แล้วมั้ง มันรู้สึกแปลกๆถ้าอยู่ดีๆจะเข้าไปกอดพ่อเฉยๆ ไม่เหมือนกับแม่ เราก็กอดแม่ได้อยู่แล้วทุกวัน แต่ทำไมเวลาจะกอดพ่อมันถึงต้องรู้สึกแปลกๆด้วยนะ เหอๆ แต่ไม่เป็นไร เมื่อวานอยู่ดีๆก็ได้กอดพ่อ (ยังงงอยู่เลยว่าทำไมอยู่ดีพ่อถึงลากเข้าไปกอด)

มาวันนี้ก็ไม่ได้ไปมหาลัย อยู่บ้าน ตอนแรกกะว่าจะอ่านหนังสือเรียน แต่ก็ไม่ได้อ่าน ก็นั่งอ่านนิยายกำลังภายในไปแล้วก็คอยช่วยแม่ขายของ บางครั้งก็แว็บไปเล่นเน็ต (ฮ่าๆ)

ตอนเย็นๆก็ออกไปคาร์ฟูลกับพ่อกับแม่มา ที่ออกไปตอนแรกก็เพราะจะไปจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือของเรา (ตอนจ่ายเงินแม่ก็มีเรื่องโมโหพ่ออีกแหนะ เหอๆ) แล้วพอจ่ายเงินเสร็จก็ไปซื้อของในห้าง อืม นานมากๆๆๆๆๆแล้วที่ไม่ได้มาเดินซื้อของกับพ่อกับแม่อย่างนี้ (ความจริงก็เป็นเพราะเราแหละ ไม่ชอบออกไปข้างนอกเอง) ก็เป็นการเดินห้างที่สนุกดีเหมือนกัน พ่อก็ยังตลก(แบบหน้าด้าน)อยู่เหมือนเดิม ฮ่าๆๆ

สุดท้ายวันนี้ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย หนังสือเรียนก็ไม่ได้อ่าน การบ้านก็ไม่ได้ทำ

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ระบายๆ

อยากเขียนบล็อก อยากอ่านบล็อก มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่ว่าช่วงนี้ไม่ว่าง งานเยอะมากๆๆๆ (รึปล่าววะ? เฮ่อ! นึกถึงงานที่ทำแล้วเหนื่อยยังไงไม่รู้) นี่ก็อู้งานมาเขียนนะเนี่ย :(

บล็อกตอนนี้ไม่ได้เขียนเพื่อให้คนอื่นอ่านหรอก แต่เขียนเพื่อระบายเรื่องในหัวออกมาแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้ามีคนมาอ่านแล้วอ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องแปลกใจ

เอาหละ เริ่มเขียนได้

ตอนนี้เหนื่อยจริงๆ ทั้งเหนื่อยทั้งท้อ ไม่รู้แฮะ ตอนนี้บรรยากาศการทำงานมันเครียดจริงๆ รู้สึกไม่ค่อยสนุกกับงานที่ทำแล้วแฮะ ส่วนงานที่ทำเสร็จไปก็มีปัญหา ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะแก้ปัญหาได้ เฮ่อ นี่ถ้าทีมแพ้เพราะเรานะ สงสัยเราก็จะกลายเป็นคนบาปของชมรมไปเลย

ไม่รู้ทำไมช่วงนี้อยู่ดีๆก็มีภาพปรากฎเข้ามาในหัวอยู่บ่อยๆ เป็นภาพตัวผมโดนกระบี่ (กระบี่แบบในหนังจีนนั่นแหละ) เสียบเข้าไปในอกทะลุขั้วหัวใจโผล่ออกมาทางด้านหลัง เหอๆ ความจริงก็รู้แหละว่าภาพนี้มาได้ไงแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาได้ไงวะเนี่ย สงสัยเป็นเพราะเรื่องของสืบ นาคะเสถียร (ความจริงเทียบกันไม่ได้เลย)

ยังดีนะยังมีเรื่องให้ชื่นใจอยู่บ้าง อาทิตย์ที่แล้วแม่เป็นลมในห้องน้ำตอนกลางคืน วันต่อมาไปหาหมอ หมอบอกว่าหลอดเลือดที่คอตีบทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอก็เลยเกิดอาการวิงเวียน ตอนแรกฟังก็ค่อยยังชั่ว แต่ตรวจไปตรวจมาหมอบอกให้ไปตรวจกล่องเสียงด้วยเพราะอาจจะเป็นเนื้องอกหรือไม่ก็มะเร็ง เฮ่อ ตอนนั้นนี่เครียดจริงๆ เครียดเรื่องแม่แล้วยังต้องมาเครียดเรื่องงานอีก ประสาทจะกินจริงๆ แต่ก็ค่อยยังชั่วหน่อย เมื่อวานแม่ไปตรวจกล่องเสียงแล้วไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าเนื้องอกหรือว่ามะเร็ง
วันนี้ได้กลับมาบ้านตั้งแต่หัววัน ได้กินข้าวเย็นกันทั้งครอบครัว เฮ่อ มีความสุขดีจริงๆ การมีครอบครัวเนี่ยมันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆนะ เวลาเครียดๆได้กลับมาบ้านเห็นหน้าพ่อแม่ น้องสาว ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว (ถ้าหากล้องได้เขียนบล็อกครั้งหน้าอาจจะมีอะไรมาอวด ฮ่าๆ)

เคยดูตัวอย่างหนังของเรื่องรักแห่งสยามมั้ย มีประโยคนึงที่ว่า "ฟังเพลงรักแล้วคิดถึงใคร" นั่นสินะ คิดถึงใครกัน วันนึงไปฟังเพลงคนไม่เอาถ่านของบิ๊กแอส ก็เป็นเพลงรักของหนุ่มสาวเพลงนึงนะ แต่พอฟังแล้วนึกถึงแม่ขึ้นมาเลยแฮะ เฮ่อ ฟังแล้วอยากจะร้องไห้ รู้สึกหดหู่ไงไม่รู้ แม่ ลูกคนนี้ของแม่ไม่มีอะไรดีเลย ไม่มีเรื่องที่น่าภูมิใจให้แม่ไปเล่าให้คนอื่นฟังได้เลย ตอนแม่ไม่สบายก็ไม่ได้อยู่ดูแลแม่ แถมเรียนก็ไม่เก่ง งานที่ทำมีปัญหาก็แก้ไม่ได้ เฮ่อ เป็นลูกที่ใช้ไม่ได้จริงๆ

ช่วงนี้ชีวิตเหมือนไม่ค่อยมีเรื่องดีๆผ่านเข้ามาเลย หรือไม่เข้ามาแล้วแต่เราไม่เห็นเอง

ปล. ไว้ว่างๆจะกลับมาขยายความเรื่องที่เขียนไว้

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551

กลอนครอบครัว

กวัดแกว่งกระบี่กรีดอากาศกรีดหัวใจ
กรีดอากาศโปร่งใสกรีดหัวใจหม่นหมอง
จับกระบี่จับมั่นกลับน้ำตาหลั่งนอง
ประกายกระบี่เรืองรองประกายใจมืดมัว

มาโพสต์ไว้ก่อนเดี๋ยวว่างๆจะมาเขียน (คนที่อ่านบล็อกผมมาซักพักคงรู้ว่าหมายความว่าไง แต่ผมจะพยายามกลับมาเขียนเรื่องนี้ให้ได้จริงๆนะ สัญญา ครับ สัญญา)

ปล. กลอนบทนี้ไม่ได้แต่งเองแต่จำเค้ามา ไม่ทราบว่าใครแต่งขอแสดงความคารวะมา ณ ที่นี้ด้วย